More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  ¯¯¨'*·~-.¸¸,.-~*' PANU '...PhotosProfileFriendsBlog Tools Explore the Spaces community

Blog

July 20

my D300

 
ทั้งๆที่ไม่ได้จับกล้องมานาน และมีรูปที่ตกค้าง ไม่ได้แตะต้องอยู่อีกมากมาย
แต่แล้ววันนี้ ก็ได้ฤกษ์ดี(หรือป่าวหว่า) ไปถอยกล้องมาใหม่(ซะงั้น) 555+

หวังว่า จาเป็นแรงผลักดันให้หันมาจับกล้องอีกครั้ง

แล้วนี่ก็ตัวอย่างรูปที่ถ่ายจาก D300 ตัวนี้ครับ ใช้ PS สำหรับ crop และ ใส่ label เท่านั้น
ไม่มีแฟรช หรือจัดแสงอะไรช่วย ใช้แสงธรรมชาติล้วนๆ ISO200 Shut1/40 f5.0




ส่วนนี่ ถ่ายภาพภายในเครื่องคอม ที่ ISO1600 จ้า

December 11

my Gallery

เด๋ยวนี้ไม่รู้จะเขียนอะไรอะ คงมีแต่อัพรูปอย่างเดียวที่ Multiply
ใครสนใจก็แวะไปได้ที่ http://Panuphoto.Multiply.com นะครับ
July 16

ครบรอบ 1 ปีเกมสามก๊กออนไลด์

        วันที่ 15 ที่ผ่านมาได้มีการจัดงาน ครบรอบ 1 ปีการเปิดให้บริการเกม 3ก๊กออนไลด์ ที่ฟอร์จูน
มีผู้เข้าร่วมงานมากมาย ซึ่งผมก็เป็นคนนึงที่ไปถึงแม้พักหลังจาไม่ค่อยได้เล่น และเตรียมตัวจาเลิกแล้ว
โดยงานนี้มี ไฮไลอยู่ที่การประมูลม้าที่ใช้ในเกม ซึ่งมีม้ามาให้ประมูล 6ตัว
 
 
       โดยรายได้จากการประมูลม้าตัวแรก "กายม้าเซ็กเทาว์" จะมอบให้ มูลนิธิสุทธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน ส่วนม้าตัวอื่นเข้าบริษัท
ซึ่งผลการประมูลม้าแต่ละตัวราคาเป็นหมื่นทุกตัว โดยเฉพาะ กายม้าเซ็กเทาว์  และ กายหงส์ขาวไล่ลม  ราคาอยู่ที่ตัวละ 40,000 บาท (เงินจริง)
ขอย้ำนะคับว่าใช้เงินจริง ซื้อของในเกม ถึงจาเป็นของหายาก แต่มันก็ไม่ใช่ทุกอย่างในเกม เป็นแค่ item ชิ้นนึง ซึ่งก็รู้อะเกมนี้คนรวยเล่นเยอะ
แต่ก็ไม่นึกว่าจาถึง 40,000 บาท เพราะแค่ item อันนึงแค่นั้นเอง มันไม่ทำให้เป็นเทพขึ้นมาได้หรอก แต่ที่สำคัญคือเงินขนาดนี้น่าจาเอาไป
ทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีกเยอะ เห็นแล้วเสียดายแทนจิงๆครับ T T
July 04

N'Ying @SuanRodFai

       หลังจากห่างหาย จากการถ่ายรูป และเพื่อนๆไปนาน จนมีบางคนสงสัยถึงขนาดโทรถาม
ว่า"ยังมีชีวิตอยู่ดีหรือป่าว" และชวนเราไปถ่ายรูปด้วย จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะหยิบกล้อง
ออกมาปัดฝุ่น เคาะสนิม แล้วสะพายเป้ออกไปถ่ายน้องหญิง ซึ่งก็ได้มีการบ้านมาฝากเพื่อนๆ
ตามนี้ครับ...
 
July 03

มารยาทบนโต๊ะอาหาร...เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลย

             หลายคนอาจรู้สึกเก้อเขิน หรือไม่ก็รู้สึกเกร็ง ทุกครั้งที่ได้รับเชิญไปร่วมโต๊ะรับประทานอาหารแบบตะวันตก เช่นนั้นมารยาท
และการเข้าสังคมจัดเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาบุคลิกภาพ
       
       ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการเรียนรู้โรงแรมตวันนา ถ.สุรวงศ์ กรุงเทพฯ จึงได้จัดการอบรม “มารยาทในการรับประทานอาหารแบบตะวันตก และมารยาทสังคม”
โดย โศรยา บุนนาค ผู้จัดการโครงการ และผู้อำนวยการการสอนซึ่งมาเป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ โดยเน้นการสอนใช้หลักปฏิบัติจริง พร้อมเสิร์ฟอาหารตามหลักแบบตะวันตก
เพื่อให้ทุกคนที่มาอบรมได้ลองผิดลองถูกจากสถานการณ์จริง ทั้งยังได้เรียนรู้ขั้นตอนที่ถูกต้องอีกด้วย
 
 การเข้านั่งโต๊ะอาหาร
       
       - การรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นแบบไทยหรือสากล ต้องรอผู้อาวุโสให้เดินไปที่โต๊ะอาหาร และนั่งก่อน จึงนั่งลงตามอย่างเรียบร้อย
       - ในกรณีที่มีพนักงานบริการเดินนำ ฝ่ายหญิงจะเดินนำหน้าฝ่ายชาย แต่ถ้าไม่มีพนักงานเดินนำ ฝ่ายชายจะเดินนำหน้าฝ่ายหญิง
       - สุภาพบุรุษควรดึงเก้าอี้ให้สุภาพสตรี แล้วคลี่ผ้าเช็ดปากบนโต๊ะให้สุภาพสตรีด้วย
       
 การใช้ผ้าเช็ดปาก
       

       - การคลี่ผ้าเช็ดปากควรให้เจ้าภาพเป็นผู้เริ่มก่อน จากนั้นผู้รับเชิญค่อยกรทำตาม เปรียบเสมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าได้เวลาเสิร์ฟอาหารแล้ว
       - ต้องคลี่ผ้าเช็ดปากให้วางบนตัก ไม่ควรเหน็บไว้ที่หน้าอก หรือ เอว และควรคลี่เพียงครึ่งผืน พร้อมหันด้านที่เปิดเข้าหาตักเพื่อความสะดวกในการเช็ดปาก
          ควรเช็ดปากจากด้านในของผ้าเพื่อไม่ให้เห็นรอยเปรอะเปื้อน โดยยกขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ริมฝีปาก ไม่ควรเช็ดถูแรงๆ
       - หากผ้าเช็ดปากหล่นขณะรับประทานอาหารให้ขอผ้าผืนใหม่จากพนักงานบริการ
       - ถ้าต้องลุกจากโต๊ะระหว่างรับประทานอาหารให้นำผ้าเช็ดปากนั้นวางลงบนเก้าอี้ หรือพนักวางแขน และเมื่อรับประทานเสร็จแล้วให้เอาผ้าวางบนโต๊ะด้านขวา
       
 การใช้แก้วต่างๆ
       
       - แก้วต่าง ๆ จะถูกจัดเรียงไว้บนทางขวามือ โดยเริ่มด้วยแก้วน้ำ แก้วไวน์ต่างๆ การเสิร์ฟเครื่องดื่มจะเริ่มเสิร์ฟจากด้านนอกสุดไล่ไปจนถึงแก้วน้ำซึ่งเป็นแก้วสุดท้าย
       - การเสิร์ฟเครื่องดื่มจะเสิร์ฟตามชนิดของอาหาร โดยทั่วไปจะเสิร์ฟปลา และอาหารทะเลกับไวน์ขาว อาหารประเภทเนื้อ หรือไก่จะเสิร์ฟพร้อมไวน์แดง 
          หรือไวน์โรเซ่ ส่วนแชมเปญจะเสิร์ฟในช่วงท้าย
       - การดื่มไวน์ควรจิบเพียงเล็กน้อยแล้วจึงรับประทานอาหารตาม
       - สำหรับแก้วที่มีก้านให้จับที่ก้านแก้วโดยให้ฝ่ามืออยู่ใต้ฐานของแก้ว ส่วนแก้วที่มีหู เช่น แก้ว ชา, กาแฟ, เบียร์ให้จับที่หูของแก้ว

 การใช้มีด ช้อน และส้อมในการรับประทานอาหาร
       
       - ให้หยิบเครื่องมือจากด้านนอกเข้าด้านในซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะถูกจัดเรียงตามรายการอาหารที่แสดงไว้บนโต๊ะ เมื่อรับประทานอาหารแต่ละจานเสร็จเรียบร้อย   
         พนักงานบริการจะเก็บเครื่องมือที่ไม่ต้องการใช้แล้วออกไป
       - จานขนมปัง จานเนยจะวางทางด้านซ้ายมือเสมอ
       - เวลารับประทานขนมปังควรใช้มือฉีกให้พอดีคำไม่ควรฉีกทิ้งไว้ และไม่ใช้มีดหั่น ก่อนใช้มีดเนยทาเนยลงบนขนมปัง และใช้มือซ้ายส่งขนมปังเข้าปาก
       - ส่วนมีดสำหรับทาเนยหรือแยมให้วางไว้บนขอบจานด้านบน และหันคมมีดเข้าหาตัว เมื่อรับประทานเสร็จแล้วจึงรวบมีดเข้าด้านในซึ่งการรวบในลักษณะนี้
         ทำให้สะดวกในการเก็บจาน
       - เวลารับประทานให้จับมีดด้วยมือขวา เพื่อตัดแบ่งอาหารให้ได้ขนาดพอดีคำ และจับส้อมด้วยมือซ้ายเพื่อช่วยในการหั่น พร้อมส่งอาหารเข้าปาก
         (ห้ามใช้มีดส่งอาหารเข้าปาก) โดยมีอยู่ 2 วิธี
       แบบอเมริกัน เมื่อหั่นอาหารออกเป็นชิ้นเรียบร้อยแล้วให้วางมีดลงบนจานใช้มือขวาหยิบส้อมและส่งอาหารเข้าปากซึ่งการรับประทานอาหารแบบนี้ส้อมจะหงายขึ้น
                    แต่สำหรับงานเลี้ยงที่เป็นทางการไม่ควรหั่นอาหารทั้งหมดในคราวเดียว ควรหั่นไว้ 2-3 ชิ้นแล้วรับประทาน เมื่อหมดจึงเริ่มหั่นส่วนที่เหลือ
       แบบยุโรป จะไม่วางมีด และส้อมในขณะรับประทานอาหาร ไม่มีการเปลี่ยนมือ การหั่นอาหารจะหั่นไปทานไป เมื่อใช้มีดหั่นอาหารเสร็จแล้วให้ใช้ส้อมกดไปที่อาหาร
                    และใช้ใบมีดช่วยดันอาหารให้ติดกับส้อม ใช้ส้อมส่งอาหารเข้าปากด้วยมือซ้ายโดยส้อมจะมีลักษณะคว่ำลง
       - หากอยู่ในระหว่างการสนทนาควรพักช้อนส้อมโดยให้วางปลายส้อม และปลายมีดเฉียงเข้าหากัน ส้อมจะอยู่ในลักษณะคว่ำลง และหันคมมีดเข้าด้านในจาน
       - เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้รวบมีดและส้อมคู่กันโดยวางส้อมหงาย การรวบมีดและส้อมนี้ให้วางคู่กันในลักษณะห้าโมงเย็น หรือหกโมงเย็น
          แต่ชาวอังกฤษนิยมรวบมีดส้อมไว้ตรงกลางจาน ส่วนชาวอเมริกันนิยมรวบไว้หัวจานเฉียงๆ
       - ก่อนเสิร์ฟของหวาน พนักงานบริการจะเลื่อนเครื่องมือสำหรับรับประทานขนมหวานลงมาให้

 การใช้ช้อนซุป
       
       - จับช้อนซุปด้วยมือขวา เวลารับประทานอาหารให้ตักซุปออกจากตัวและทานซุปจากทางด้านข้างของช้อนการตักซุปออกนอกตัวผู้รับประทาน 
         ซึ่งใช้กับช้อนที่มีลักษณะกลมเท่านั้น ส่วนช้อนรูปทรงอื่นให้ตักเข้าหาตัวได้ตามปกติ
       - สำหรับซุปที่มีลักษณะใส อาทิ Consomme ที่เสิร์ฟในถ้วยที่มีหูจับสองด้าน ผู้รับประทานสามารถยกถ้วยซุปขึ้นมาจิบได้แทนการแทนใช้ช้อน
       - ไม่ควรใส่ขนมปังลงในถ้วยซุป (ยกเว้น Crouton)
       
 อาหารที่สามารถรับประทานด้วยมือ
       

       - ขนมปัง ใช้มือฉีกเป็นคำๆ พอรับประทาน
       - คุกกี้ เค้ก เอแคลร์ชิ้นเล็กๆ จะรับประทานด้วยมือ
       - แซนด์วิช แฮมเบอร์เกอร์ แต่ยกเว้นแซนด์วิชที่ซ้อนกันหลายๆ ชั้นให้ใช้ส้อมกับมีด
       - ผลไม้สดชิ้นเล็กๆ เช่น องุ่น พุทรา ลางสาด เป็นต้น ส่วนผลไม้ที่มีเมล็ดเวลารับประทานค่อยๆ คายเมล็ดออก ไม่วางเศษผลไม้ที่คายทิ้งให้แขกอื่นๆ เห็น
       
       ยกกรณีตัวอย่างมาให้ศึกษากันพอสังเขป ส่วนท่านใดสนใจ หลักสูตรมารยาทในการรับประทานอาหารแบบตะวันตก และมารยาททางสังคม เพื่อเพิ่มบุคลิกภาพ และความมั่นใจในการเข้าสังคม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงแรมตวันนา โทร.02-236-0361

                                                                                                                          แหล่งที่มาของข้อมูล: http://www.manager.co.th

July 02

สังสรรค์ห้อง 13

      วันเสาร์ที่ผ่านมาได้ไปร่วมพบปะ และสังสรรค์กับเพื่อนเก่า ตอน ม.ต้น ซึ่งหลายๆคนไม่เจอกันเป็นสิบปี
ถึงจะมากันยังไม่เยอะ แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี และสนุกมาก หวังว่าคงจะมีจัดเป็นประจำ และมีคนมาเยอะๆ
จะได้อัพเดตกันว่าเป็นยังไงบ้าง :)
 
June 29

1 ปีแล้วเหรอเนี่ย

     วันนี้เป็นวันแรกที่เข้ามาที่ blog ของตัวเอง เห็น blog ล่าสุดที่เขียนคือ 3 july 2006
โอ้ว.. เกือบปีแล้วเหรอเนี่ย เร็วจิงๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราหายไปทำไรมาเนี่ย ตั้งปีนึงแหนะ
แต่พอนึกๆแล้วเออแฮะ ทำโปรเจคนั้นของที่เก่า  ก็หายไป 5 เดือนแบบไม่ได้ติดต่อใคร
ไม่ได้ไปไหนมาไหนเลย แล้วไหนจาติดเกมอีก พอมาที่ใหม่ก็ยุ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา 3เดือน
พอรวมๆแล้ว มันก็ปีนึงเลยแฮะ โฮ๊ะๆ คิดแล้วก็ใจหาย แต่ทำไงได้มันก็ผ่านไปแล้ว จิงมะ
 
     วันนี้ ตอนนี้ เริ่มดีขึ้และ มีเวลาหายใจ และได้กลับบ้านแต่หัวค่ำกะเค้าบ้าง ถึงจะเสียดาย
เวลาที่ผ่านมาบ้าง แต่ก็ดีใจที่ทำให้เราได้รู้ และมีประสบการณ์มากขึ้น ซึ่งอาจจะน้อยคนที่จะเจอ
โชคชะตา ชั่งเป็นอะไรที่ไม่เข้าใจจิงๆ แต่ไม่ว่ายังไงเราก็เลี่ยงมันไม่ได้ แล้วก็คงต้องก้มหน้า
เดินทางต่อไปบนเส้นทางแห่งชีวิตที่เราได้เกิดมา ไม่ว่าอนาคตมันจะต้องเจอกับอะไร...
(ปล. ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคนสู้ต่อไปนะคราบ ผมเองก็คงจาทำเท่าทีทำได้และเดินต่อไปเหมือนกัน
ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องอีกนานแค่ไหน และเมื่อไหร่จะหลุดพ้นซักที)
July 03

Canon EOS Expo 2006

        "Canon EOS Expo 2006" ที่ Siam paragon วันที่ 30 มิ.ย. - 2 ก.ค. แต่ก็ไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรมากครับ ถือว่าได้ไปพบปะพี่ๆ เพื่อนๆกันมากกว่า เพราะเราใช้ Nikon 555+

June 24

wanna [walk] with us

ช่วงนี้งานยุ่งๆ แถมมีเรื่องน่าปวดหัวหลายอย่าง รูปที่ไปถ่ายๆมาก็มากมาย แต่หาดีไม่ได้เลย
ไปเดินดูไฟมาก็หลายครั้ง ก็ยังไม่มีรูปถูกใจอีกตามเคย แต่วันนี้เห็นว่าใกล้จะหมดแล้ว
เลยอยากมาชวนๆ เพื่อนที่ยังไม่ไปลองไปเดินดูนะ สวยจิงๆจ้า
June 12

### พลุไซโก้ วันที่ 11 June 2006 ###

11 June 2006 ที่ลานพระบรมรูปฯ ไปคนเดียวเปลี่ยวใจ เพราะอยากถ่ายพลุ
(ถึงจะถ่ายไม่เป็นก็เถอะ)
 
ไปถึงบ่าย 3 โมงกว่า เห็นผู้คนเริ่มมา บ้างก็หาทำเล หามุมกันไป...
 
ส่วนใครที่ได้มุมแล้วก็พากันจับจอง ปักหลัก หรือว่าซ้อมถ่าย ซ้อมยิงกันไป...
 
ส่วนพี่ๆเจ้าหน้าที่ ก็มาคอยอำนวยความสดวก และช่วยจัดระเบียบพื้นที่
เพื่อให้ประชาชน ได้ชมพลุกันได้อย่างเต็มที่ และปลอดภัย
 
งานนี้เลยทำให้ใครๆ ก็สามารถหามุมสบายๆ รอดูพลุกันได้อย่างมีความสุข
 
และเมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนก็เริ่มมามากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่หลายคนก็ยัง
ซ้อมถ่าย ซ้อมหามุม และเตรียมการ ต่างๆนานา ไม่ว่าจะรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่
 
 
และในที่สุด เมื่อเวลา 3 ทุ่มเศษโดยประมาณ
ของวันที่ 11 มิถุนายน 2549 ประชาชนชาวไทย
และผู้ที่เฝ้ารอ ก็ได้ชม พลุไซโก้ ที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม สมคำล่ำลือ
คุ้มค่ากับการรอคอยจิงๆ
June 08

06/06/2006

06/06/2006 วันแสนเศร้า ฝนตก ไปไหนไม่ได้ เลยถ่ายรูปแก้เซ็งนิดหน่อย
 

May 30

พิธีซ้อมขบวนเรือวันที่ 23/05/2006

        วันนี้ up รูป พิธีซ้อมขบวนเรือวันที่ 23/05/2006 นะครับ
เชิญเข้าไปดูได้ที่ Photos album RoyalBarge 20060523 จ้า
May 22

ธรรมะสมัยใหม่ ของวัยรุ่น 2549

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่โง่
   เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ ถึงมีรักเเท้เเต่ก็ดูเเลไม่ได้
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ตาใส่เเจ่ม
   เเต่ถ้าฟังบอดี้เเสลม มักจะโทษว่าความรักทำให้คนตาบอด
 
+ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เพ้อเจ้อ
   เเต่ถ้าฟังพีชเมกเกอร์ จะละเมอถึงเเต่เรื่องบนเตียง
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ปากเราติดดิสเบรก
  เเต่ถ้าฟังเบิร์ด-เสก ถึงอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจเราชอกช้ำ
  เเต่ถ้าฟังไอน้ำ จะชอกช้ำเพราะรักคนมีเจ้าของ
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เหงาหงอย
  เเต่ถ้าฟังเสนาหอย จะเเอบเหงาคนเดียว
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่งมงายในความเชื่อเเละศรัทธา
  เเต่ถ้าฟังทาทา มักจะพูดว่า ไอ บีลีฟๆ
 
+ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันอย่างไม่ต้องนอนละเมอ
  เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอรักแท้ในคืนหลอกลวง
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่เน่าเสีย
  เเต่ถ้าฟังนัท มีเรีย มักจะโทษว่า รักไม่ช่วยอะไร
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันจนสิ้นชีวิน
  เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน เเล้วจะบอกว่า ถ้าเขามาฉันจะไป
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราไม่คุยโม้
  เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ จะถูกต่อว่าปากดีนะเรา
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรามีสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน 
   เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ เพียงเเค่วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล่
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเจอคนดีเสมอ
  เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอผู้ร้ายคนใหม่
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเข้าใจกัน
  เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งกว่าเสียใจ
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรารักกันยิ่งกว่าชีวิน
  เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน จะเป็นได้เเค่เพื่อนสนิท
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจใสเเจ่ม
  เเต่ถ้าฟังว่าน วงเเพลม จะตัดพ้อต่อว่า ไม่บอกให้รู้สักเรื่องได้ไหม
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เเรด
  เเต่ถ้าฟังบิ๊กเเอส มักจะเล่นของสูง
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่หยิ่งยะโส
  เเต่ถ้าฟังติ๊ก ชีโร่ จะโอหังว่า รักไม่ยอมเปลี่ยนเเปลง
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจเปล่งปลั่ง
  เเต่ถ้าฟังอาหรั่ง จะคุ้มคลั่งว่า ทำบ้า....ทำบ้าอะไร
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ดีที่ใจมิใช่เพียงเเค่หน้าตา 
  เเต่ถ้าฟังปนัดดา ก็จะรู้เพียงว่า ขอเป็นคนเลวที่รักเธอ
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่สั่นคลอน 
  เเต่ถ้าฟังสุนทราภรณ์ เเล้วเธอจะรู้สึก!!
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เปลืองเเรง
 เเต่ถ้าฟังพรศักดิ์ ส่องเเสง จะเปลืองเเรง เพราะ
 มีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็คใครโทรมา
 
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้สอบผ่านทุกๆ ปี
  เเต่ถ้าฟังเเอน สุชาวดี มักจะติดร.วิชาลืม
 
 
  ***คติ***
  ไม่มีใคร!! มีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้ เพราะ.....
 คนที่มีค่าพอสำหรับคุณนั้น  ย่อมไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด....
 
 พระมหาสมภัค กิตฺติปญฺโญ...

 

ที่มาจาก fw.mail

May 18

Long Live The King

       วันนี้โดดงานอยู่บ้าน มองไป มองมา เออถ่ายรูปเล่นดีกว่า
เดือนหน้าก็จะมีงานยิ่งใหญ่ คืองาน ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
เราอะมีแล้ว แล้วเพื่อนๆมียัง มีขายที่ ไปรษณีย์ไทย King Power
ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารทหารไทย นะ
May 16

ออกกำลังกายเบาๆ บรรเทาอาการอ่อนเพลีย

          อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง เรียกย่อๆว่า CFS (Chronic Fatique Syndrome) หรือที่ชาวชีวจิตคุ้นเคยกันดีว่า ไฮโปไกลซีเมีย (hypoglycemia) หมายถึง อาการน้ำตาลกลูโคส (น้ำตาลที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย) ในเลือดต่ำ ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย รวมทั้งนอนไม่หลับ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ตลอดจนระบบขับถ่ายรวนไปหมด ทำให้มีอาการอ่อนเพลียอย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งหากจะตรวจหาสาเหตุด้วยเครื่องมือสมัยใหม่มักไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด อาการดังกล่าวเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตผิดได้แก่ กินอาหารก่อพิษ เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมหวาน น้ำอัดลม และเนื้อสัตว์ใหญ่ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ได้แก่ ควันพิษจากรถยนต์ หรือการรักษาโรคด้วยยาแผนปัจจุบันบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมสมัยใหม่ที่เร่งรีบ แข่งขัน และความเครียดจากการเผชิญปัญหาต่างๆ นอกจากนี้ อาการดังกล่าวอาจเกิดจากการขาดฮอร์โมน โรคภูมิแพ้ โรคความดันโลหิตต่ำเรื้อรัง ปฏิกิริยาจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในร่างกาย หรือในคนที่เคยป่วยเป็นโรคที่ทำให้ระบบประสาทถูกทำลาย หลายคนมีอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น ซึมเศร้า และวิตกกังวล เป็นต้น

ปรับพฤติกรรมแก้อ่อนเพลีย

     วิถีชีวิตที่ผิดธรรมชาติ เป็นสาเหตุหลักของอาการอ่อนเพลีย ดังนั้นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต จะช่วยให้อาการคุณค่อยๆ ทุเลาค่ะ

  1. ทำดีท็อกซ์เพื่อขับสารพิษ อันเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของอาการอ่อนเพลียออกจากร่างกาย
  2. ฝึกการทำสมาธิ ด้วยการนั่งวิปัสสนา ทำโยคะ ไท้ชิ ชี่กง และอื่นๆ เพราะสมาธิสามารถบำบัดภาวะซึมเศร้า และวิตกกังวล อันเป็นหนึ่งในอาการอ่อนเพลียได้ดี
  3. เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาทุกวัน และควรพักผ่อนให้เพียงพอ
  4. หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่ทำให้เครียด ซึมเศร้า ไม่ควรหมกมุ่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ
  5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจนถึงพีค เมื่อร่างกายขับเหงื่อและหลั่งสารสุขแล้ว จะส่งผลให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่าไปทั้งวัน

เดิน...เพื่อลดอาการอ่อนเพลีย

     สำหรับคนที่อ่อนเพลียจนออกกำลังกายอื่นๆไม่ไหว สามารถเริ่มต้นออกกำลังกายง่ายๆด้วยการเดินก็ได้ค่ะ อาจจะเดินช้าๆ ชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว หรืออาจจะเดินเร็วๆสัก 1/2-1 ชั่วโมงหลังตื่นนอนตอนเช้า จากนั้นค่อยๆ ปรับความเร็วในการเดินให้เหมาะกับระดับความสามารถ (แรง) และความสมบูรณ์ตามสภาพร่างกาย ถ้าเหนื่อยก็พัก แล้วค่อยเริ่มใหม่เมื่อพร้อม ยิ่งคุณเดินมาก ผลดีก็ยิ่งมากตามไปด้วย อาจจะติดแอปเปิ้ลไปสักผลเอาไว้กินตอนพักเหนื่อย หรือจะจิบน้ำสะอาดไปเดินไปก็ได้ พยายามบังคับตัวเอง เพื่อฟื้นฟูสุขภาพคุณให้กลับคืนมาดีเหมือนเดิมให้ได้

     เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้ และเริ่มกลับมามีกำลังวังชาแล้ว ให้ลองเปลี่ยนมาออกกำลังกายเบาๆ จะเริ่มจากบิดตัว ยืดแข้งยืดขา หมุนเอวหมุนไหล่ หรือกระโดดไปมาก็ได้ แต่ควรเป็นท่าบริหารที่ต้องหายใจลึกๆ ด้วย จากนั้นก็ค่อยๆเ ปลี่ยนไปออกกำลังกายอื่นๆ ต่อไปตามที่คุณสนใจ
 
วิตามิน...กินต้านอ่อนเพลีย

     สำหรับคนที่มีอาการอ่อนเพลียตั้งแต่ 5 อาการขึ้นไป อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง แนะนำวิตามินในการเยียวยาอาการอ่อนเพลียดังนี้ค่ะ

  • วิตามิน เบต้า-แคโรทีน 500 IU และวิตามินดี 1,000 IU อย่างละหนึ่งครั้งต่อวันหลังอาหาร
  • วิตามินบีคอมเพล็กซ์ 50 หรือ 100 มิลลิกรัม เช้า เย็น หลังอาหาร
  • วิตามินซี 500 มิลิลกรัม เช้า กลางวัน เย็น หลังอาหาร
  • วิตามินบี 1 และ บี 6 อย่างละ 100 มิลลิกรัม เช้า เย็น หลังอาหาร
  • วิตามินบี 12 ประมาณ 300 ไมโครกรัม หลังอาหารเช้า
  • โครเมียม ประมาณ 500 ไมโครกรัม หลังอาหารเช้า

สูตรสมุนไพรคลายอ่อนเพลีย

     สุมนไพรเหล่านี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย หากกินเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียได้ค่ะ

  • ดอกกระดังงา นำดอกกระดังงามาตากแห้ง บดเป็นผง ผสมน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นยาลูกกลอน กินเมื่อมีอาการ รสสุขุมหอมของดอกกระดังงา จะช่วยบำรุงร่างกาย
  • เนื้อลำไยแห้ง นำเนื้อลำไยมาตากแห้ง จากนั้นนำมาผสมกับน้ำตาลอ้อย แล้วต้มกับน้ำสะอาด ให้พอดื่มได้รสชาติหวานหอม จะช่วยบำรุงกำลัง
  • มะระขี้นก นำมะระขี้นกมาปรุงเป็นอาหาร หรือคั้นเป็นน้ำเอนไซม์ก็ได้ รสขมจัดของมะระขี้นกมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย แก้อาการอ่อนเพลีย
  • เห็ดฟาง และเห็ดหูหนู นำเห็ดทั้งสองมาปรุงเป็นอาหาร รสเย็นหวานของเห็ดฟาง และรสจืดหวานของเห็ดหูหนู จะช่วยบำรุงร่างกาย แก้อาการอ่อนเพลียได้
  • โสมไทย ใช้ส่วนหัวของโสมไทยมาต้มกับน้ำสะอาดพอเหมาะ ผสมกับยาหอมเล็กน้อย กินแก้อ่อนเพลีย

แก้อ่อนเพลียด้วยน้ำมันหอม

     ความเครียดก็เป็นหนึ่งในอาการอ่อนเพลีย ลองใช้น้ำมันหอมเหล่านี้ดูนะคะ

  • ธาตุเจ้าเรือนดิน มะลิ กระดังงา แพ็ทชูลี่ แฝกหอม
  • ธาตุเจ้าเรือนน้ำ ลาเวนเดอร์ เจอเรเนียม โหระพา มะลิ กระดังงา
  • ธาตุเจ้าเรือนลม มะนาว ส้ม มะกรูด ตะไคร้หอม ตะไคร้ เปปเปอร์มินต์
  • ธาตุเจ้าเรือนไฟ โรสแมรี่ ยูคาลิปตัส พิมเสน ขิง กานพลู

     นำมาใช้สูดดม ผสมกับน้ำมันรองพื้นเป็นโลชั่นบำรุงผิว ผสมน้ำอุ่นแช่อาบ ทำสเปรย์ฉีดตัวหรือฉีดปรับอากาศ หรือผสมเป็นน้ำมันนวดบริเวณคอ ไหล่ ขมับ หรือจะใช้ทาทั้งตัวก็ได้ (อาจผสมไว้แล้วใส่ขวดลูกกลิ้งเล็กๆ พกติดตัวไว้ใช้ในเวลาที่ต้องการ)

 

ที่มา: นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 183